มีผู้สมัครดีสองคน เลือกอย่างไร
ผลงานพอ ๆ กัน ราคาต่างกันเล็กน้อย สิ่งที่ควรดูจริง ๆ อยู่นอกพอร์ต
อ่าน 2 นาที
เมื่อผู้สมัครสองคนมีผลงานใกล้เคียงกัน ผู้ว่าจ้างส่วนใหญ่เลือกคนที่ถูกกว่า ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่แย่ที่สุดในบรรดาเกณฑ์ที่มี เพราะส่วนต่าง 3,000 บาทไม่มีความหมายเลยถ้างานช้าไปสองสัปดาห์
ดูคำถามที่เขาถาม
ผู้สมัครที่ถามว่า "ระบบเดิมมีข้อมูลลูกค้าเก่ากี่รายการ" คิดถึงการย้ายข้อมูลแล้ว ผู้สมัครที่ไม่ถามอะไรเลยจะมาถามตอนทำงานไปครึ่งทาง
คำถามที่ดีคือสัญญาณที่เชื่อถือได้ที่สุดว่าคนนั้นเคยทำงานลักษณะนี้จริง
ลองงานเล็กก่อน
ถ้างานใหญ่และคุณลังเล ให้แบ่งงวดแรกออกมาเป็นงานเล็กที่จ่ายจริง เช่นออกแบบหน้าเดียว หรือเขียนบทความชิ้นเดียว
คุณจะได้เห็นสามอย่างที่พอร์ตไม่บอก: ตอบเร็วแค่ไหน ส่งตรงเวลาไหม และรับฟีดแบ็กอย่างไร
จ่ายค่างานนี้เสมอ การขอให้ทำฟรีเพื่อ "ทดสอบ" ทำให้คนเก่งที่สุดถอนตัว
ถามถึงงานที่ผิดพลาด
"เคยมีโครงการไหนที่ไม่เป็นไปตามแผนบ้าง แล้วจัดการอย่างไร"
คำตอบว่า "ไม่เคยมีครับ" คือคำตอบที่แย่ที่สุด คนที่ทำงานมาพอสมควรย่อมเคยเจอ และคนที่เล่าได้ตรงไปตรงมาคือคนที่จะบอกคุณตอนงานเริ่มมีปัญหา แทนที่จะเงียบจนสาย
สิ่งที่ไม่ควรใช้ตัดสิน
- จำนวนปีประสบการณ์ — 10 ปีที่ทำงานเดิมซ้ำ ๆ ไม่เท่า 4 ปีที่หลากหลาย
- ความเร็วในการเสนอราคา — คนที่ตอบใน 2 นาทีมักส่งข้อความเหมาเดียวกันให้ทุกงาน
- ราคาต่ำสุด — ถ้าต่ำกว่าคนอื่นครึ่งหนึ่ง แปลว่าคนใดคนหนึ่งเข้าใจโจทย์ผิด
บอกคนที่ไม่ได้เลือก
ข้อความสองบรรทัดก็พอ วงการฟรีแลนซ์ไทยเล็กกว่าที่คิด และคุณจะต้องประกาศงานอีก
ดูความสม่ำเสมอ ไม่ใช่จุดสูงสุด
พอร์ตที่มีงานเยี่ยมหนึ่งชิ้นและงานธรรมดาห้าชิ้น บอกอะไรน้อยกว่าพอร์ตที่ดีสม่ำเสมอทั้งหก
คุณกำลังจ้างค่าเฉลี่ยของเขา ไม่ใช่ผลงานที่ดีที่สุดที่เคยทำ
ถามว่าเขาจะทำอะไรก่อน
"ถ้าเริ่มพรุ่งนี้ วันแรกคุณทำอะไร"
คำตอบแยกคนที่มีวิธีทำงานออกจากคนที่ลงมือทำไปเรื่อย ๆ คนที่ตอบว่า "ขอดูข้อมูลลูกค้าเดิมก่อน แล้วคุยกับคนที่ดูแลอยู่ตอนนี้" คิดเป็นระบบ
เช็กความพร้อมจริง ๆ
ถามตรง ๆ ว่าตอนนี้รับงานอื่นอยู่กี่ชิ้น และงานของคุณจะได้เวลาสัปดาห์ละกี่ชั่วโมง
ฟรีแลนซ์ที่ตอบว่า "ว่างเต็มที่" ทั้งที่ผลงานดีมาก บางครั้งเป็นสัญญาณ ไม่ใช่โอกาส
