ใบสมัครที่ได้รับการตอบกลับ ต่างจากที่เงียบอย่างไร
ผู้ว่าจ้างอ่านใบสมัครยี่สิบใบในสิบนาที ประโยคแรกคือทั้งหมดที่คุณมี
อ่าน 2 นาที
ผู้ว่าจ้างที่ประกาศงานหนึ่งชิ้นมักได้ใบสมัครสิบถึงสามสิบใบ เขาไม่ได้อ่านทุกใบจนจบ เขาสแกนบรรทัดแรกแล้วตัดสินว่าจะอ่านต่อหรือไม่
อย่าเริ่มด้วยการแนะนำตัว
"สวัสดีครับ ผมชื่อ... ทำงานด้านนี้มา 5 ปี" — ทุกใบขึ้นต้นแบบนี้ ผู้ว่าจ้างเห็นแล้วสิบครั้ง
เริ่มด้วยสิ่งที่แสดงว่าคุณอ่านโจทย์จริง:
"เห็นว่าต้องการให้เว็บโหลดเร็วขึ้นก่อนเปิดตัวเดือนหน้า — ผมเคยเจอเคสคล้ายกันกับร้านค้าออนไลน์ที่ภาพสินค้าหนักเกินไป แก้แล้ว Lighthouse ขึ้นจาก 42 เป็น 91"
ตอบสามคำถามที่เขาคิดอยู่
- เข้าใจงานไหม — เขียนสรุปโจทย์ด้วยคำของคุณเองหนึ่งประโยค
- เคยทำมาก่อนไหม — ยกตัวอย่างที่ใกล้เคียงที่สุดชิ้นเดียว ไม่ต้องสาม
- จะเริ่มเมื่อไหร่และเสร็จเมื่อไหร่ — ให้วันที่จริง ไม่ใช่ "เร็วที่สุด"
ถามหนึ่งคำถาม
คำถามที่ดีทำสองอย่างพร้อมกัน: ได้ข้อมูลที่คุณต้องใช้จริง และแสดงว่าคุณคิดถึงงานนี้แล้ว
"ระบบเดิมใช้ WordPress หรือเขียนเอง — คำตอบมีผลกับเวลาที่ประเมินพอสมควรครับ"
แต่อย่าถามสิ่งที่มีอยู่ในประกาศแล้ว นั่นบอกตรงข้าม
ความยาว
หกถึงสิบบรรทัด ยาวกว่านั้นไม่มีใครอ่าน สั้นกว่านั้นดูเหมือนส่งเหมา
เรื่องราคา
ถ้าประกาศระบุงบไว้ อย่าเสนอต่ำกว่ามากเพื่อชนะ — ผู้ว่าจ้างที่จริงจังจะสงสัยว่าคุณเข้าใจงานหรือเปล่า ถ้าคุณคิดว่างบไม่พอ ให้บอกตรง ๆ พร้อมเสนอขอบเขตที่ทำได้ในงบนั้น
แนบตัวอย่างที่ตรงที่สุดชิ้นเดียว
ลิงก์สามอันแปลว่าคุณไม่รู้ว่าอันไหนเกี่ยว ลิงก์เดียวพร้อมประโยคว่าทำไมถึงเกี่ยว แสดงว่าคุณเลือกมาแล้ว
ถ้าผลงานที่ใกล้เคียงที่สุดอยู่คนละอุตสาหกรรม ก็บอกตรง ๆ ว่าโจทย์เหมือนกันตรงไหน
อย่าส่งใบเดียวกันให้ทุกงาน
ผู้ว่าจ้างแยกออกทันที เพราะข้อความเหมาไม่พูดถึงรายละเอียดที่มีเฉพาะในประกาศของเขา
สมัครสามงานอย่างตั้งใจได้ผลดีกว่าสามสิบงานแบบเหมา — และใช้เวลารวมน้อยกว่าด้วย
ติดตามหนึ่งครั้ง แล้วปล่อย
ถ้าไม่มีคำตอบภายในห้าวัน ส่งข้อความสั้นหนึ่งครั้ง "ยังสนใจงานนี้อยู่ครับ ถ้าเลือกคนอื่นแล้วก็ไม่เป็นไร รบกวนแจ้งได้เลย"
ครั้งเดียวพอ การตามซ้ำหลายรอบทำให้เสียโอกาสครั้งถัดไปด้วย
